ผมชอบฟังกลยุทธ์ทางการตลาดเพราะว่ามันทำให้ อึ้ง ทึ่ง แต่ไม่เสียวดี ก็ฟ้งหนุก ๆ ไปอ่ะครับ

เพราะว่าไม่มีหัวทางด้านนี้เลยจนวันก่อนดูรายการ The Marking King ทางช่องเก้าได้เชิญตัวแทน (จำชื่อไม่ได้) จากบ.บุญรอดฯ มาให้สัมภาษณ์ถึงการตลาดอันเฉียบคม..

 

มีอยู่หนึ่งช่วงที่สิงห์เจอช้างเหยียบจนเกือบจมดินด้วยราคาที่ถูกแสนถูกถึง 3 ขวดร้อยในขณะที่สิงห์ทำได้แต่มองตาปริบ ๆ และในขณะที่สิงห์เห็นแสงริบหรี่เต็มทนเจ้าของก็ได้ยอมรับกับลูกน้องที่กำลังถกเถียงถึงปัจจัยที่ทำให้สิงห์อยู่ในภาวะตกต่ำขนาดนี้อย่างลูกผู้ชายว่า..

 

"ผมยอมรับว่าผมแพ้ แต่พวกคุณจะสู้กับผมมั้ย"

 

หลังจากนั้นสิงห์ก็เริ่มตั้งต้นใหม่ด้วยการคิดว่าหากสิงห์ทำ fighting brand ไปสู้กับช้างคงจะเพลี่ยงพล้ำเรื่องต้นทุนที่สูงกว่าเป็นแน่แท้เลยต้องเบนเข็มไปที่ choice brand แทนโดยจะต้องแย่งส่วนแบ่งตลาดของช้างมาให้ได้

 

"แต่จะต้องไม่กินส่วนแบ่งสินค้าตัวเอง"

 

นั่นหมายความว่าสินค้าตัวใหม่จะต้องแย่งส่วนแบ่งช้างได้แต่ไม่แย่งส่วนแบ่งสิงห์ จึงเกิดแนวคิดว่าสินค้าตัวนี้จะต้อง "ดีกว่าช้าง แต่แย่กว่าสิงห์" และเมื่อกำหนดทิศทางได้แล้วจึงเริ่มคิดชื่อและหารูปภาพมาทำเป็นตราสินค้าและโลโก้ซึ่งโจทย์นี้ก็ทำให้พนักงานและผู้บริหารปวดหัวกันไปตาม ๆ กันจนหลายอาทิตย์ผ่านไปจึงได้ชื่อ "ลีโอ" มา

เพราะจู่ ๆ เจ้าของสิงห์ก็นึกถึงเสือดาวที่ประดับอยู่ในห้องของตนเองและคิดว่ามันใช้ได้จึงถ่ายรูปเอามาทำเป็นโลโก้และใช้ชื่อลีโอเนื่องจากเสือดาวในภาษาอังกฤษคือ leopard ซึ่งมันยาวไปสำหรับชื่อสินค้าจึงตัดให้เหลือคำว่า leo. แทน (สังเกตุนะครับว่าที่คำว่า leo.beer จะมีจุดคั่นกลาง)

และกำหนดช่องทางการจัดจำหน่ายไว้ว่า "ที่ใดมีสิงห์ ที่นั่นต้องไม่มีลีโอ" เพื่อไม่ให้สินค้ากินส่วนแบ่งกันเองและเริ่มต้นการขายอย่างเป็นจริงเป็นจังจนมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น

แต่ส่วนแบ่งของช้างกลับลดลงน้อยกว่าส่วนแบ่งที่ว่า ทำให้ต้องหาสาเหตุกันว่าตลาดตรงส่วนไหนที่มันโตขึ้นจนพบว่าตลาดที่โตขึ้นนั้นมาจาก "กลุ่มคนดื่มใหม่ซึ่งเป็นวัยรุ่นหรือคนที่เพิ่งเริ่มทำงาน" ในขณะที่ช้างมุ่งเป้าไปที่เกษตรกรเป็นหลัก

และเพื่อเป็นการตอกย้ำจุดยืนของสินค้าให้มีความชัดเจนเพิ่มมากยิ่งขึ้นจึงได้ให้ "ลูกเกด" มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีเยี่ยม ในขณะที่เมื่อก่อนจะใช้ผู้ชายเป็นพรีเซ็นเตอร์

เบียร์ลีโอนี้เองที่ทำให้สิงห์กลับมาผงาดอีกครั้งหนึ่งจนถึงทุกวันนี้

 

 

 

ของเค้าดีจริง ๆ

 แมววว..แล้วววว..zzZZ

เบี๊ยยยร์ เบียร์

posted on 27 Aug 2009 09:53 by 2-be-free

ถ้าคนกรึ่ม ๆ เข้ามาอ่านอาจจะเห็นเป็น "เมี๊ยยย เมียร์" ได้

ส่วนตัวแล้วเป็นคนกินเหล้า กินเบียร์ไม่เก่งขนาดที่ว่าเบียร์สองกระป๋องก็ทำเอาแดงเถือกไปทั้งตัวได้แล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ชื่นชอบบรรยากาศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะถ้ารวมกลุ่มกันไปซดเบียร์กันบนอ่างเกษตรตอนหน้าหนาวที่เชียงใหม่

 

                          

 

เสน่ห์อีกอย่างหนึ่งนอกจากบรรยากาศแล้วก็เห็นจะเป็นสาวเชียร์เบียร์ที่ช่างน่ารัก อวบ อึ๋ม รัดตึง..ม่ายช่ายยย..เป็นโลโก้ของเบียร์แต่ละยี่ห้อครับ

ที่ชื่นชอบมากเป็นพิเศษก็เป็นโลโก้ของ เบียร์ไฮเนเก้น ที่มันสุดแสนจะคลาสสิคเหลือเกิน (โดยเฉพาะแบบใหม่) ประกอบกับไอเดียดี ๆ ของโฆษณาตัวล่าสุดด้วยแล้วมันทำให้หลงเสน่ห์ยิ่งขึ้นไปอีก

                           

 

                                                  

 

อีกยี่ห้อที่ชอบเฉพาะโฆษณาและที่มาของมันก็คือ ลีโอเบียร์ ที่มีตัวเอกตัดสกรีนเฮดแล้วลากกล่องกระดาษรีไซเคิลในออฟฟิศ (ส่วนที่มาไว้จะเล่าให้ฟังอีกทีในเอ็นทรี่หน้า)

 

ตำรา 101

posted on 26 Aug 2009 11:28 by 2-be-free

ชีวิตคนส่วนใหญ่มักหมดไปกับความไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และควรทำอะไร

จึงเสียเวลากไปกับการลองผิดลองถูก หนังสือแนว ๆ ที่ชื่อ "ตำรา 101"

จึงเป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่ผู้อ่านที่ยังไม่รู้ว่าต้องการอะไร และควรทำอะไรได้สัมผัสกลิ่นอายของความเป็นตัวของตัวเองได้

ข้อคิดโดนใจก็เช่น ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจแบบนี้ "เราไม่ควรเอาเงินใส่ตัว แต่ควรเอาเงินออกจากตัว"

หรือ "การเลี้ยงเงิน" วิธีง่าย ๆ ที่หลาย ๆ คนคาดไม่ถึงว่าการเก็บเงินและทำเงินให้พอกพูนมันง่ายมาก ๆ

ลองหาอ่านกันดูครับ เพราะแค่สองข้อคิดนี้ก็ทำให้ผมมีเงินเหลือใช้เยอะแยะเลยทีเดียว (ก่อนหน้านั้นเงินเดือนสองหมื่น สามหมื่นก็ไม่พอ)

 

เมื่อปี ค.ศ.1863

posted on 25 Aug 2009 10:27 by 2-be-free

ไหน ๆ ก็เอามุขไฮเนเก้นมาเล่นแล้ว ขอเล่าประวัติของเค้าหน่อยละกัน

 - ไฮเนเก้น (Heineken) เนี่ยเป็นเบียร์ของประเทศเนเธอร์แลนด์

 - ก่อกำเนิดเกิดขึ้นในเมื่อ 142 ปีที่แล้ว (ค.ศ.1863)

 - เป็นธุรกิจครอบครัวของ เจอร์ราด อาเดรียน ไฮเนเก้น ชาวดัตช์

 - ตอนแรกเขาซื้อโรงเบียร์เล็กๆ แห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองอัมสเตอร์ดัม

 - เริ่มเข้ามาในประเทศไทยมาประมาณ 10 กว่าปีก่อน

 - ปัจจุบันยอดขายของไฮเนเก้นประเทศไทยตอนนี้ประสบความสำเร็จสูงสุด

 - ด้วยมูลค่าตลาดรวมของเบียร์พรีเมียมประมาณ 8,000 ล้านเชียวนา

 

ของเขาดีจริง ๆ

 

edit @ 25 Aug 2009 15:42:38 by อารมณ์ศิลปิน อินกับศิลปะ

เพียงเดินไปเซเว่นใกล้บ้านเท่านั้น

 

edit @ 24 Aug 2009 12:40:16 by อารมณ์ศิลปิน อินกับศิลปะ